Supparerk Ruckc...'s profilererk's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


      07 October

      อีกเรื่องที่อยากเขียน

      เขียนเรื่องไรดีหว่า  ช่วงนี้มีเรื่องอยากเล่าเยอะเลย  แต่เลือกไม่ถูกว่าจะเล่าเรื่องไรดี
      เอาเป็นว่าไม่เล่าแล้วกัน  ตึง!!!  อืม  จบหักมุมดี  กูชอบ เหอๆๆ
      08 September

      วันนี้ไปดูหนังมา

      วันนี้ไปดูหนังมา เรื่อง ปารีส เชอ แตม แต่ว่าพิมพ์ภาษาฝรั่งเศสไม่เป็น
      เข้าที่ลิโด สภาพโรงค่อนข้างเก่า  แต่ว่าหนังน่ะใช้ได้เลยล่ะ
      ดูมีสไตล์ดี  โดยเฉพาะ archer ที่ใส่ชุดสูทสีเหลือง ได้ใจเลยล่ะ
       
      หนังเรื่องนี้เป็นหนังสั้นหลายๆเรื่องรวมกัน ดูเท่ห์ทีเดียว
      บางเรื่องก็เฉยๆ  แต่ส่วนใหญ่จะค่อนข้างดี ชอบเกือบทุกเรื่องเลยทีเดียว
      โดยเฉพาะเรื่องสุดท้าย  ดูธรรมดามากเลย  แต่ตอนจบดิ
      เค้าบอกว่า
      คนเรามีความสุขที่ได้รักคนอื่น เพราะว่าเรามีชีวิตอยู่
      จริงๆหนังมันอาจจะบอกอย่างอื่นก็ได้นะ  แต่ด้วยอารมณ์ตอนนี้สรุปได้แบบนี้
      55+
       
       
      05 September

      วันนี้ 4 กย 2007

      วันนี้ตื่นมาก็สายแล้ว ขนาดเรียนบ่ายนะ แต่ดีที่อาจารย์ไม่มี lab เปลี่ยนไปเรียน lacture แทนกูก็โดดตามระเบียบ เหอๆๆๆ
      วันนี้มีโอกาสได้ไปเจอหลานรหัส เหอๆๆ น้องดูเนิร์ดๆ แต่ก็อัธยาศัยดีไม่น้อย
      วันนี้ไปกินข้าวต้มกับพวกแพรวและโบว์  อิ่มโคตร ไม่สบายด้วย อาหารไม่ค่อยอร่อยเลย
      ง่วงจริงจัง ไว้จะมาเขียนใหม่ ไม่ไหวละ
      04 September

      วันนี้ 3 กย 2007

      วันนี้ตื่นสายมากๆไปเข้าเรียนวิชาพื้นฐานวิชาชีพครูตอนบ่ายโมงไม่ทัน เหอๆๆ
      วิชานี้สั่งงานให้ทำในคาบแล้วแมร่งคนเสือกเรียนเยอะ กูไม่มีที่นั่ง เลยเอางานลงมานั่งทำที่ลานไทร  สบายใจไปอีกแบบ  แต่วิชาต่อมานี่ดิ  นะเพิ่งบอกว่ามีงานส่ง พอดีคาบที่แล้วโดดเลยไม่ได้ส่งงานไปตามระเบียบ  แต่อาจารย์ดันสุ่มไป present หน้าห้องซะอีก  อ้าว กำ ละ  ดีที่เค้าให้คนที่ present เลือกคนต่อไป  เพื่อนๆกูก็ไม่มีใครเรียกกูซักคน  แหม ดีจริงๆเลยหวะมีเพื่อนแบบนี้ 555+
       
      ตอนเย็นไปดอทกับม๊อค และ โจ้  ชนะแบบสูสี  เกมส์ที่ชนะแบบนี้น่ะ  สนุกที่สุดแล้ว  ถ้าชนะขาดหรือแพ้ขาดก็ไม่เท่าไหร่  แต่ถ้ามันสูสี  มันจะมันส์มากกๆๆๆ
       
      ตอนเย็นกลับมาประชุมกรรมการ  พบความป่วงของทุกคน  โดยเฉพาะหัวหอ  พี่ตี๋หนุ่มพยายามสื่อสารกับคนอื่นแต่คนอื่นไม่รู้เรื่อง เหอๆ จนกรรมการทุกคนต้องหยุดฟัง แล้วมีคนอื่นสรุปที่พี่ตี๋หนุ่มพูดให้ฟังอีกที เหอๆๆ ส่วนพี่ปอก็ป่วง คือมันมีประเด็นเรื่องนกกับหมาเข้าโรงอาหาร พี่ปอก็สารภาพว่าเธอเป็นคนเปิดประตูให้หมาเข้าไปเอง  เพราะว่าเธอเห็นหมารอจะเข้า  เธอเลยเปิดให้  เหอๆๆ  พี่คับ  ประตูเค้าสร้างไว้กันหมาเข้าคับพี่  ไม่ต้องไปเปิดให้มัน ปล่อยมันรอไปเห้ออออ
       
      ตอนดึกไปกินติ่มซำกับแพรวและโบว์  อร่อยเวอร์  ถูกอีกต่างหาก  กูเลยแดกมากกว่าคนอื่น สรุปว่ามันให้กูจ่ายเยอะกว่า  เหอๆๆ ไหนว่า amarican share ไง ไหงกลายเป็น thai share ไปได้ละ
       
      ตอนดึกมาซ้อมไวโอลิน  ยุงเยอะชิบหาย กูเลยครีเอทท่าสีไวโอลินหลบยุง แต่แมร่งสีไม่เป็นเพลงเลย  สงสารยามที่ฟังชิบหาย
       
      ตอนดึกกลับมานอน  ยังไม่ลืมแวะไปหาพี่ยุ้ย  แล้วก็เอาวีดีโอวัน rising stars ไปให้พี่ยุ้ยดู กูเลยรู้เลยว่าพี่ยุ้ยเชียร์ใคร เหอๆๆๆ  เชียร์คู่เดียวกับกูเลย 55+ 
      03 September

      วันนี้ 2 กย 2007

       วันนี้เป็นอีกวันที่ชิวสุดๆ  เพราะว่าตื่นสายมากๆๆ
      เมื่อคืนเพลียมาก กินยาก่อนนอนตอนตี 5 ตื่นมาอีกที 6 โมงเย็น
      เหอๆๆๆ  หลับสบายสุดๆ 555+
       
      ตื่นมาไปเรียนดนตรี วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เล่นเป็นเพลง  แต่กูเล่นไม่เป็นเพลงเลย 555+
       
      วันนี้ไปสวนหลวงคนเดียว  เพราะเพื่อนๆกูปายดูละครนิเทศหมดเลย  เลยแดกแมร่งทุกอย่างที่อยากแดก  ก็ดีไปอีกอย่างที่ไปคนเดียว  แต่ก็แย่หน่อยที่เหงา  สงสัยต้องหาแฟนไปด้วยซะแล้ว 555+
       
      เห้ย วันนี้ไม่มีรัยให้เขียนเลยหวะ  เพิ่งตื่นมาได้แค่ 6 ชม.  เหอๆๆ
       
      แต่เมื่อวานได้ดอกไม้มาสองดอก  เอาไปให้น้อง แต่ก็รู้ว่าน้องคงไม่อยากได้  เลยเอาไปวางไว้ที่ๆน้องมองเห็น
       
      ดีใจที่น้องมาดู  555+
       
      น่ารักเจรงๆเลย  มาเป็นน้องกูเหอะ  น้องกูยังไม่ครบทีมฟุตบอล 55+
       
      กูก็เป็นงี้อะนะ ถูกชะตาใครก็ชอบขอมาเป็นน้อง  รู้สึกดีที่เรายังเป็นคนพิเศษกว่าคนรู้จักทั่วไป
       
      รู้ตัวอีกทีกูก็มีน้องจะครบทีมฟุตบอลแล้ว เหอๆๆ  แต่คงตั้งทีมฟุตบอลไม่ได้หรอก เพราะน้องกูแต่ละคนเล่นฟุตบอลไม่เป็นเลย เหอๆๆ มีแต่น้องแท้ๆของกูนี่แหละ ที่เล่นบอลเป็น  แต่มันดันเป็นผู้หญิง  เหอๆๆ  เคยมีครั้งนึงไปเล่นวินนิ่งกับมัน แพ้มันด้วย เหอๆๆ อับอายสุดๆ
       
      กินยา  หลับดีกว่า  ไว้เจอกันเพื่อนพ้อง
       
      ลืมบอกไป  ใกล้สอบแล้วนะ อ่านหนังสือได้แล้วนะทุกคน
       
      บอกคนอื่น ตัวเองอ่านด้วยดิวะ
      02 September

      วันนี้ 1 กย 2007

      วันนี้มีเรื่องสนุกๆมากมาย  เป็นอีกวันหนึ่งในชีวิตที่สดใส
      ตั้งแต่เมื่อคืนนั่งตัดต่อวีทีอาร์ผู้เข้าประกวด rcu rising star แต่กินยาแล้วเกิดง่วงเลยนอน  เหอๆๆ ง่ายดีเนอะ  ตื่นมาตอนบ่ายกว่าๆ  แมร่ง ยังตัดเอ็มวีไม่เสร็จ  แทนที่จะรีบทำ ก็ทำอย่างอ้อยอิ่ง  จนแพรวต้องโทรมาจิก เลยรีบตัดชุ่ยๆไป  ปรากฏว่าไปในงานเปิดไม่ได้  มีปัญหาทั้งที่เกิดจากชมรมและที่เกิดจากตัวกู 555+  ดีใจก็ตรงที่กูหัวเราะกับมันได้นั่นแหละ  มีจังหวะนึงตอนที่กูรนมากเพราะจะฉายก็ไม่ได้ฉายซักที  เสียงก็ไม่ออก  จนพี่ๆชมรมแสงเสียงต้องบอกว่า ใจเย็นๆ กูเลยนึกได้ว่า จะเครียดไปทำไม  คนเป็นร้อยเค้ารอดูอยู่  และเค้าก็จะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้ดู
       
      วันนี้น้องๆที่ประกวดแสดงได้ดีมากๆ  โดยเฉพาะไอ่เบย์ที่กูกับปูนช่วยกันเทรนส่งในนามกรรมการ  และน้องเฟิร์นที่ไม่เคยคิดจะส่งเลย  แต่ว่าพี่ยุ้ยยามที่หอชายแนะนำมา (แปลกนะ ยามหอชายแต่รู้จักนิสิตหญิงด้วย) เลยลองชวนมาดู  ปรากฏว่าไอ่ที่พวกกูไม่คิดว่ามันจะดีอะไร กลับเรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างท่วมท้น เพราะความหน้าตาดีของไอ่เบย์เข้าช่วย  แม้ว่าจะไม่ใช่เสียงกรี๊ดที่ดังที่สุด  แต่ก็แน่ใจว่ามันเป็นเสียงกรี๊ดเพราะความโดนใจ  ไม่ใช่เสียงกรี๊ดเพื่อเพื่อน (แต่พี่เจดาร์บอกว่าน้องเบย์ทำเอากระเทยหลายคนต้องดมยาดมเลยทีเดียว  จะไม่ให้ดมได้ไงล่ะ  ก็น้องแกเล่นใส่เสื้อคลุมไม่ติดกระดุมแล้วไปเต้นเพลงของชิน แล้วพอกรรมการแซวว่าน่าจะถอดเสื้อดีกว่า น้องแกก็ถอดแมร่งบนเวทีเลย 55+)
       
      แต่ที่กูชอบมากกว่านั้นคงจะเป็นน้องเฟิร์น  น้องคนนี้ดูท่าแล้วก็รู้ว่ากล้าแสดงออกและมั่นใจในตัวเอง  ที่สำคัญที่กูชอบคือน้องเค้าไม่แรงแบบผู้หญิงทั่วไป  ไม่ได้ไปเต้นยั่วๆ  คือน้องเค้าจะออกห้าวๆหน่อย  พูดให้ชัดๆก็คืออกแนวเท่ห์มากกว่า  หลายคนบอกว่าน้องคนนี้คล้ายจี๊ดเลย  ซึ่งกูก็เห็นด้วย   การแสดงของน้องเค้าคืออกไปลิบซิงค์เพลง maria ซึ่งเป็น ost ของฮันนะซัง  เพลงน่ะเจ๋งอยู่แล้ว แต่พอน้องออกไปแล้วรู้สึกได้เลยว่าน้องกำลังเล่นคอนเสิร์ตจริงๆ  เสียงกรี๊ดแบบว่าสุดยอดเลย  น้องดูเป็นตัวของตัวเองและเท่ห์มากๆๆ  กูอดยิ้มไม่ได้  ให้พูดก็พูดเหอะ แต่กูว่าคู่นี้เนี๊ย  เจ๋งสุดในงานแล้ว
       
      หลังจากนั้นกูก็ต้องมารวมคะแนนอย่างเร็วใน 5 นาที เพราะอีแพรวเร่งมา  ปรากฏว่าน้องสองคนเข้ารอบ  แต่ดันไม่ได้ตำแหน่งซะนี่ เพราะตอบคำถามป่วงไปหน่อย  ไอ่เบย์น่ะ  เค้าถามว่าถ้าให้เปรียบหอพักเป็นอวัยวะจะเปรียบเป็นอะไร ดันตอบอวัยวะเพศซะงั้น  แต่กรรมการก็ชอบใจนะ  ถ้ามันพูดยาวๆอีกสักหน่อย คงจะได้ตำแหน่งไปแล้ว  แต่น้องเฟิร์นน่ะ ได้คำถามยาก  พี่โรจน์ยังบอกเลยว่าคำถามข้อนี้มันไม่ได้มาตรฐาน  น้องเลยอดรางวัลไป  สรุปไอ่เบย์ได้ที่ 2 น้องเฟิร์นได้ที่ 3  55+  แต่กูก็ดีใจแล้วเพราะคืนนี้น้องเป็นดาวของงานจริงๆ
       
      หลังเลิกงานไปกินติ่มซำ  อร่อยมากมาย  ปูนบอกว่าให้พาน้องไปเลี้ยงด้วย ก็ดีเหมือนกัน จะได้จีบๆมาแสดงหนังซะเลย  พี่เจดาร์บอกว่าให้ทำหนังเรื่องเพื่อนเวอร์ชันหอพัก  กูก็อยากทำอยู่หรอกนะ  เพราะถ้าทำจริง กูว่าคนล้นโรงยิม เชื่อป่ะล่ะ  แต่อย่างว่า  แค่นี้ภาพพจน์ก็แย่เต็มทนแล้ว  แค่ 7days คนก็บอกว่าเรื่องนี้เป็นหนังเกย์  เหอๆๆ อีกหน่อยเค้าจะเรียกกูว่าพจน์ อานนท์2 รึเปล่าวะ
       
      สิ่งที่ดีใจที่สุดในวันนี้  คือได้เห็นน้องมาดูเอ็มวีกู  กูดีใจมากๆ  แม้ว่าน้องจะทำเป็นไม่สนใจก็เหอะ  แต่น้องมานั่งแถวหน้าเลย 55+  โบว์บอกว่ากูชอบน้องคนนี้แบบน้อง  ตอนนี้ก็อาจจะจริง  เพราะว่ารู้สึกชอบน้อยลงทุกทีๆ  มันเป็นความรู้สึกแบบว่าเป็นห่วงมากกว่า  แค่อยากสนิทด้วย  ใกล้ชิด  รับฟังปัญหา  และไว้ใจ  ไม่ได้อยากเป็นเจ้าของ  กูเลยไม่ทุกข์ร้อนเท่าไรเวลาที่น้องเค้าไม่สนใจกู  เพราะไม่ได้คาดหวัง
       
      ปล. วันนี้ไอ่เก่งไปเต้นชินเหมือนไอ่เบย์เลย  แต่เป็นเวอร์ชันสาระแน  ฮาสัด  คนอื่นบอกว่ามันโดนเบย์แดกซีน  แต่กูว่าสองคนนี้มันก็เจ๋งต่างกันไป  ส่วนตัวแล้วก็ชอบทั้งคู่  เพราะยังไงมันก็เป็นน้องกู
       
      ลืมเล่าไปว่าวันนี้ไปซ้อมดนตรีด้วย  ตี 4 ถึงตี 5 ง่วงมาก แต่กลัวโดนพี่โมจินว่า  เลยต้องไปซ้อม  ไม่ได้เรื่องเลย  แต่ใครๆก็ว่ากูไม่มีทักษะทางดนตรี  กูจะเอาดีทางนี้ให้ได้   ตอนนี้ว่างแล้ว เตรียมตัวสอบดีกว่า  แล้วก็เตียมหนังเรื่องใหม่ด้วยละกัน  เทอมหน้าเจอกันแน่
      31 August

      วันนี้ 30 สค 2007

      ช่วงนี้ว่างพอจะมาเขียนเรื่องราวของตัวเองให้คนอื่นอ่านเล่นๆ 

      วันนี้ได้มีโอกาสไปถ่ายเอ็มวีงาน RCU RisingStars ก็เป็นงานเฟ้นหาดาวและเดือนของหอพักนั่นแหละ  ดูเหมือนอะไรจะไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่  ท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนทำท่าจะตก แต่ว่านักแสดงเทใจให้เต็มที่  พวกนี้เป็นพวกที่ผ่านงานมาเยอะพอควรเลยไม่ค่อยผิดพลาดอะไร  ถ่ายไหลลื่นดี  แต่ตอนเอามาตัดต่อนี่สิ  กล้องคู่กรรมดันทำแผ่นเจ๊งซะได้  เป็นเพราะแผ่นสกปรกเกินไป  ทำให้ปิดแผ่นไม่ได้ (ถ้าไม่ปิดแผ่นจะโหลดไฟล์ลงเครื่องไม่ได้) ทางสุดท้ายคือหาโปรแกรมแปลงไฟล์โดยการต่อตรงกับกล้อง  ซึ่งโปรแกรมที่แถมมากับเครื่องก็ดันทำหายไปซะอีก  พรุ่งนี้จะลองไปพันทิปดู เผื่อจะมีอะไรช่วยชีวิตกูได้บ้าง

      วันนี้ตอนถ่ายเอ็มวี  เจอน้องคนนึง  เดินมาระยะ 100 เมตร แหะๆ  อยากบอกว่าดีใจมากที่เจอ  เล่นเอาไม่มีกะจิตกะใจถ่ายทำเลยทีเดียว 55+

      ช่วงนี้ไม่ค่อยสบาย  หมอบอกว่ากำลังจะตาย (ว่าไปนั่น)  ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน  รู้แต่ว่ากินยาเยอะมาก  แล้วก็ง่วงทุกทีหลังกินยา  เล่นเอาหงุดหงิดไปหลายวัน  แต่ไม่รู้เป็นไร  ทุกครั้งที่หลับต้องฝันดี  หรือว่าฝันตื่นเต้น แบบว่าไม่อยากตื่นทุกทีไป   เช่นวันนึงฝันว่าได้เดินเล่นตอนกลางคืน กับน้องคนเดิม ที่พูดถึงเมื่อกี้  หรือว่า ฝันว่าพาน้องไปเที่ยวที่บ้าน  เฮ้อ  หรือว่าอาจจะไม่ใช่เพราะยาก็ได้  แต่ทุกครั้งที่ฝัน จะต้องมีอะไรมาทำให้ตื่นทุกที  ช่วงนี้ไม่ค่อยอยากตื่นเลย  อาการแบบนี้เค้าเรียกว่า dream addiction รึเปล่า  สงสัยจะเป็นพวกเสพติดความฝัน

      วันนี้ฝนตก  เดินไปกินข้าวกับโบว์ เห็นคนสองคน ช ญ เดินมาด้วยกัน แล้วเอาเสื้อกันหนาวคลุมหัวด้วยกันสองคน  เหมือนกับเรื่อง  the classic เลย  แต่ไม่น่าจะเป็นแฟนกันเพราะผู้ชายหน้าตาธรรมดา  แต่ผู้หญิงหน้าตาดีมาก  ดีขนาดที่ว่ากูกับโบว์ต้องหันมามองหน้ากันแล้วบอกว่า  น่าร้ากกกกก  (ขนาดไอ่โบว์มันเป็นผู้หญิงนะ)

      วันนี้กินยาแล้วตื่นก่อนที่ควรจะตื่น  เดินงัวเงียไปเรียน  แล้วห้องที่เรียนดันต้องใช้สัมมนา  เลยต้องไปเรียนห้องประชุมซึ่งหรูมาก  เกิดมาเพิ่งเคยเข้าไป  อย่างกับห้องประชุม 50 โต๊ะ ในการ์ตูนเรื่อง bleach แต่ที่สำคัญที่สุดคือพรมนุ่ม  น่านอนมาก  ถ้ากูไม่เกรงใจว่าเรียนกับพี่ปี 4 กูจะลงไปนอนกับพรมแมร่งเลย  คาบนี้อาจารย์ให้ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดต่อ  แต่กูไม่มีแรงเดิน  เลยไปหาน้ำกินที่ซุ้มโค้ก  อืม  ม่ายค่อยสนใจเรียนเลยกู  แต่ช่างแมร่งได้แค่ B ก็พอใจละ (วิชาคณะไม่เห็นตัดต่ำกว่า B สักที  แล้วมันจะไม่เกียรตินิยมครึ่งคณะได้ไง)

      เอ้อ  ลืมไปว่างานยังเหลืออีกเยอะ  แต่รู้สึกดีที่ได้เขียนความทรงจำดีดีนะ ไว้จะมาเขียนบ่อยๆแล้วกัน

       

       

      30 July

      พลอตหนังเรื่องใหม่

      เหอๆๆ ช่วงนี้กำลังเฟลกับความรัก
      แต่ช่างแมร่งมันเหอะ
      ความรู้สึกเสียใจเป็นแรงผลักดันให้กูทำงานอีกครั้ง
      ตอนนี้อยู่ดีดีก็ปิ๊งพลอตหนังเรื่องใหม่ขึ้นมา
      เป้นเรื่องของคนที่รู้ว่าคู่ชีวิตของตัวเองเป้นใคร
      เค้าเฝ้ารอคนๆนั้นมาตลอดโดยไม่สนใจใคร
      แต่พอเจอคนๆนั้นเข้าจริงๆ
      คนๆนั้นกลับไม่เป็นเหมือนกับที่เค้าคิดไว้ 
      และที่สำคัญคือ  เค้าจีบคู่ชีวิตของเขาไม่ติดเสียด้วย
      อืม
      มันจะเป็นอย่างไรนะ ถ้าเรารู้ว่าคนๆนี้คือคนที่คู่กับเรา
      แต่เราต้องปล่อยให้ล่วงเลยไป โดยทำอะไรไม่ได้
      ถ้าเป็นคนทั่วไปอาจจะคิดว่า ก็เค้าไม่ใช่คู่ของเรา
      แต่ถ้าเรารู้แล้วล่ะ  ว่าเค้าเป็นคู่ของเราแน่นอน
      เราจะทำยังไงดี  จะปล่อยเลยไปแล้วมองใครสักคนที่
      ไม่ใช่คู่ของเราดีกว่ามั้ยนะ
       
      อยากทำให้ออกมาเร็วๆจัง
      15 May

      Enemy Creater

      ว่ากันว่าศัตรูไม่มีก็น้อยเกินไป  มีคนนึงก็มากเกินไป

      จริงๆแล้วกูก็ไม่ค่อยไปผิดใจอะไรกับใครสักเท่าไหร่หรอก

      แต่เรื่องคนเขม่นน่ะเยอะไม่ใช่น้อย

      แต่ ณ วันนี้กูก็ได้สร้างศัตรูขึ้นมาคนนึงจนได้

      สร้างโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ  และไม่รู้จะทำอย่างไรให้มันเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

      ทุกวันนี้กูก็ได้แต่ทำในสิ่งที่กูคิดว่าดี  และพยายามไม่โต้ตอบในสิ่งที่เค้ายั่วเย้ามา

      อย่างว่าหละนะ  โลกนี้ไม่มีใครถูกหรือผิดหรอก

      แต่ถ้าหากมันมี กูก็ยอมเป็นคนผิดเอง

       

      ที่สำคัญถ้ามึงมาอ่าน  กูอยากให้มึงรู้ว่ากูอยากดีกับมึงเหมือนเดิมนะ

      กูไม่เข้าใจหรอกว่ามึงเป็นอะไร  แต่เรื่องที่กูคิดได้ว่าน่าจะเป็นสาเหตุมันก็จิ๊บจ๊อยเกินกว่าที่กูจะเชื่อว่ามีเรื่องนั้นแค่เรื่องเดียว

      กูอะแฟร์ๆอยู่แล้ว  มีอะไรเข้ามาเคลียกันไปเลยก็ได้  บางทีเราอาจจะได้นั่งคุยแล้วหัวเราะอย่างจริงใจได้อีกสักครั้ง

       

      ช่างมันเถอะ

      ตอนนี้กำลังรู้สึกผิดกับน้องที่รักมากที่สุดคนนึง

      สักวันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมให้ได้

      รอให้เวลาชำระล้างความรู้สึกผิดในใจออกไปก่อนแล้วกัน

      ซักวันอยากจะเรียกมันว่าน้องได้อย่างเต็มปากอีกครั้ง

      แล้วก็อยากได้ยินมันเรียกกูว่าพี่อีกซักที

       

      ส่วนเรื่องงานเวลานี้น่ะนะ

      ทำงานมากกว่าเดิม เป็นเท่าตัว

      แทบไม่มีเวลาว่างตั้งแต่ตื่นนอน ยัน เข้านอน

      คนอื่นๆอาจจะคิดว่ากูทำงานเพราะกูชอบ

      แต่จริงๆแล้วกูคิดว่า

      กูทำงานเพื่อลบปมด้อยของกูต่างหาก

      ยิ่งกูทำงานมากก็ยิ่งแสดงว่ากูไม่สบายใจ

      ยิ่งต้องปิดบังปมด้อยของตนเองเอาไว้

      แต่มองในแง่ดี

      มันไม่ใช่การปิดบัง  แต่มันคือการแก้ไขต่างหาก

      12 May

      ว่างอีกแล้ว

      ช่วงนี้ว่างมาก เลยฆ่าเวลาด้วยการไปขายประกัน  ทำให้ได้ Skill ความหน้าด้าน +1  การพูด +2 
      ระหว่างขายประกันเคยไปตั้งบูทข้างร้านแว่น เลยไปวัดสายตาเล่นๆ  ปรากฏว่า ซั้น 175 กับ 150 เอียงอีก
      เค้าเลยแนะนำให้ใส่แว่น  แต่ว่าแว่นมันไม่เข้ากับหน้า  แล้วก็ไม่ชอบมีไรมาเกาะบนหน้า  กลับมาหอเลยไปมาบุญครองซื้อคอนแทคเลนส์มาใส่
      ด้วยความที่อยากใส่  อยากลอง  ร้านใหม่วัดให้ได้สั้น 50  อืม  โคตรจะมาตรฐานร้านแว่นไทยเลยอ่ะ
      แต่ด้วยความที่กูตั้งใจจะมาซื้อแล้ว  สั้น 50 ก็ใส่วะ
       
      วันสองวันแรกกูเอามือแยงตาตัวเองเป็นล้านรอบเพื่อจะเอาพลาสติกไปยัดไว้ในเบ้าตา
      วันหลังๆมาเริ่มง่าย  วันสุดท้ายที่กูใส่รู้สึกว่ามันง่ายมาก  แต่วันนี้เริ่มชินตา  ไม่รู้สึกเลยว่าใส่คอนแทคเลนส์ (ก็ใส่มาหลายวันแล้วนี่)
      แต่ตอนจะถอดนี่ดิ  ถอดไม่ออก  ไม่ว่าจะพยายามดึงยังไงก็ดึงไม่ออก  กูยิ่งดึงก็ยิ่งเจ็บ จนตาแดง ไปหมด
       
      เลยโทรเรียกไอ่เพชรมาดูให้  เพชรมันก็ส่องให้ว่ายังอยู่มั้ย  ปรากฏว่ายังอยู่  แต่ดึงไม่ออก  ด้วยความที่กูไปนอนแล้วคอนแทคมันแห้งติดตา
      มันเลยแนะนำให้ลืมตาในน้ำ  กูเลยเอากะละมังซักผ้ามาดำน้ำอยู่ครึ่งชั่วโมงได้   ถ้าใครมาเห็นคงจะคิดว่ากูทำอะไร  วันนั้นทำเอาคนไม่กล้ามาขี้ไปหลายคน
      แต่มันก็ไม่ออก  สุดท้ายเลยดึงเอาด้วยมือ  แต่ไปโดนเยื่อหุ้มตา  โคตรเจ็บ
       
      สุดท้ายแล้วเอาไม่ออกเลยไปหาหมอ  หมอพยายามส่องให้  แต่ไม่เจอ  สุดท้ายเค้าเลยล้างตาให้
      ปรากฏว่าที่จริงแล้วกูไม่ได้ใส่ตั้งแต่แรก ก็ว่าทำไมรู้สึกเหมือนไม่ได้ใส่  แล้วกูกับไอ่เพชรก็ร่วมกันมโน ว่าเห็นคอนแทคอยู่ในตา
      เหอะๆ
       
      แต่ ณ เวลานี้ก็ยังเจ็บตาอยู่  มองแสงจ้ายังไม่ได้  เนื่องจากกูไปดึงเยื่อหุ้มตา   เพราะนึกว่าเป็นคอนแทค  อืม
      นึกไปแล้วก็ฮา  แต่ตายังเจ็บอยู่อะดิ
      07 May

      กูเป็นอะไรไป

      ช่วงนี้กำลังเซงกับชีวิตหวะ
      ทำไงดีวะ
       
      เซงหวะ
      ขี้เกียจพิมพ์
      เหอะๆ
       
       
      26 April

      part time job

      ช่วงนี้รู้สึกว่างจัดมาก หลังจากที่จบค่ายพี่จุฬาฯ ไป  รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก  และที่สำคัญคือรู้สึกว่าพ้นไปเสียที
      ค่ายนี้ไม่ได้ทำให้รู้จักน้องๆเพิ่มขึ้นเลยสักนิด  เพราะมัวแต่นั่งทำงานบริหาร  ซึ่งมันก็รวมถึงงานเบ๊ด้วย (ส่วนใหญ่จะเป็นอย่างหลัง)
      พอจบค่ายก็เริ่มว่าง  ไม่มีอะไรทำ  เลยตัดสินใจสมัครงานทางอินเทอร์เน็ต  เผื่อว่าจะได้งานดีดีกับเค้ามั่ง
      เลยเปิดเน็ทขึ้นมา search ไป search มา  ตอนแรกก็ไม่ได้กะสมัครงานหรอก ไปดูเว็บราม กะว่าจะเรียนอีกซักใบ  แต่ไปๆมาๆ
      ดันมีลิงค์เข้าเว็บหางานเฉยเลย
       
      ด้วยความที่อยากได้งาน  งานอะไรก็ได้  เลยสมัครแมร่งทุกสาขา  ตั้งแต่งานผู้บริหาร  ยันไปจนเด็กเสริฟ   แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีใคร
      ติดต่อมาเสียที  จนวันที่ 19 ก็มีโทรศัพท์มา (พึ่งนึกได้ว่ามันหยุดสงกรานต์เลยไม่มีคนโทรมา)  นัดให้ไปสัมภาษณ์งาน  กูก็เตรียมตัวไป
      เตรียมหลักฐานไปเรียบร้อย  แล้วก็เตรียมใบเกรดไปด้วย   พอดีกูอยู่พญาไทไง  แล้วมันให้ไปสัมภาษณ์งานที่ลาดพร้าว  พอไปถึงกูก็จัดการ
      เปลี่ยนลุค  แต่งตัวแมร่งโคตรสุภาพ  แต่ว่าไม่ได้ดูดีไปกว่าเดิมสักเท่าไหร่   ตำแหน่งที่สมัครคือพนักงานจองคอร์สเรียน
       
      พอไปถึงก็สัมภาษณ์กูไปเรื่อย   แล้วก็ลากกูเข้าห้องอบรม  พอเข้าห้องอบรมก็บรรยายเรื่องวิธีการได้เงินจากการขายคอร์สเรียน  (ซึ่งในใจกูไม่คอ่ย
      เห็นด้วยกับการกระทำกับการศึกษาแบบนี้)  ก็อย่างว่าอะนะ  สถาบันเค้ารับสอนไปทุกเรื่อง  ตั้งแต่บริหาร  ยันทำดอกไม้ประดิษฐ์  แล้วถ้ากูขายคอร์สได้จะได้
      คอร์สละ 200 บาท  พอผ่านไป 10 วันจะได้โบนัสอีกคอร์สละ 350 บาท  แต่ว่าต้องสมัครสมาชิกก่อนวันนั้น  เสียค่าสมัคร 400 บาท  ตอนอบรมก็
      แมร่ง  บังคับนู่นบังคับนี่   ให้ปิดโทรศัพท์  แล้วก็ห้ามลุกไปไหน  ห้ามคุยกัน  ทุกคนทำตามหมด เพราะหวังจะได้งานจากที่นั่น
       
      พอกูอบรมเสร็จก็ลากกูลงมาสัมภาษณ์ต่อ  แล้วก็พยายามโน้มน้าวให้กูลงทะเบียน  แต่อย่างว่าอ่ะนะ  กูก็เอาเกรดให้มึงดูแล้ว  มึงเห็นว่ากูโง่รึไง
      บังเอิญด้วยว่าพี่ที่สัมภาษณ์กูเค้ายังใหม่  ยังไม่ค่อยเชี่ยวเรื่องการโน้มน้าวใจคน  กูยิงคำถามไปสองสามคำถาม  ประมาณว่าทำแล้วมันจะได้จริงเหรอ
      เค้าก็ตอบเลี่ยงๆ  สุดท้ายกูเลยถามว่า  แล้วพี่ล่ะ  ขายได้กี่คอร์สแล้ว ถึง 30 ยัง      (ต้องได้ 30 คอร์สก่อนถึงจะได้เงินเดือน 4000 บาท) 
      คือกูรู้แล้วไงว่าเค้าทำงานมาแล้วประมาณ 3 เดือน  แต่เค้าตอบกูเลี่ยงๆ อีกว่า  อย่าไปสนใจเลยครับ   ซึ่งทำให้กูรู้คำตอบทันที
       
      แมร่งทำงาน 3 เดือนยังขายได้ไม่ถึง 30 คอร์ส  แล้วจะให้กูทำไงล่ะ  กูก็แมร่งเกือบไปแล้วตอนโดนผู้บริหารสูงๆมาโน้มน้าว  ก็เขียนใบสมัครไปครึ่งนึงแล้ว
      แต่ยังไม่ได้เซ็นท์  เค้าก็บอกว่า  น้องเขียนใบสมัครไปแล้ว  จะให้พี่ทำยังไง   ใบสมัครมันรันเลขไว้แล้วด้วยนะ     เห้ย  ให้ทำไงล่ะ  ดูเหมือนกับว่าเค้าแคร์เรื่อง
      เลขมากอย่างนั้นแหละ   กูมาถึงก็เห็นใบสมัครมันวางอยู่ทุกโต๊ะแล้ว  แล้วโต๊ะที่มันไม่สมัครล่ะ  มึงจะเอาเลขไปรันไว้ตรงไหน  อย่างนี้เท่ากับว่าเค้าจงใจผูกมัดกูชัดๆ  
      กูก็เลยต้องหาทางชิ่ง  แต่บังเอิญว่าดันเขียนใบสมัครไปแล้วครึ่งใบ  เลยหาทางชิ่งยากหน่อย   ก็เลยบอกเค้าว่าขอลองทำงานก่อนได้มั้ย  เค้าก็บอกว่าสมัครไปก่อน
      ถ้างั้นก็ไม่มีไอดีสำหรับรับเงิน  กูก็บอกว่ากูทำให้ฟรีก็ได้ 1 วัน   เค้าก็เลยไม่รู้จะปฏิเสธไง  กูก็บอกว่างั้นพรุ่งนี้กูมาลองงานแล้วกัน  กูก็เลยชิ่งกลับเลย
       
      พอกลับมาถึงก็มีบริษัทประกันโทรมา  กูก็ถามว่าจะให้กูไปทำเหี้ยไร  ถ้าขายกูไม่ทำนะ (ไอ่คำว่าเหี้ยน่ะกูคิดในใจ)  เค้าก็บอกว่าให้ไปทำหัวหน้าศูนย์  กูก็บอกว่ากูยังเรียนไม่จบนะเว้ย
      ให้กูไปเป็นหัวหน้าศูนย์เหรอ  มันก็บอกว่าใช่   กูก็แมร่งตาลุกวาวทันทีตอนนั้น    ไว้จะมาเล่าต่อ  วันนี้นอนก่อนแล้วกัน
      05 March

      มีชีวิตไร้สาระไปวันๆ

      วันนี้สอบ animal phy สามหน่วย
      ตอนนี้ตี 4 17 นาที  ยังมานั่งเล่นอยู่เลย
      หนังสือก็ไม่ยอมอ่าน
      ทำไมถึงไม่ยอมอ่านว้า  ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
      จะบอกว่าวิชานี้เป็นวิชาที่ไม่เคยเข้าเรียนเลย
      เกรดจะเป็นอย่างไรบ้างนะ
      พรุ่งนี้คงจะได้รู้กัน
      ไม่ใช่สิ  วันนี้แล้วนี่เนอะ
       
      ปล.ตอนนี้กำลังคิดพลอตหนังเรื่องใหม่
      ใครมีไอเดียจะขายก็เชิญเสนอมาได้เรย
       
      ไอ่บู๋มันเสนอให้ทำหนังโป๊เกย์  เอานักแสดงเรื่องเดิมมาทำ 
      เสียแค่ค่าห้องกับค่าวาสลีน  อืม  ถ้าทำจริงคงขายดี  คนล้นโรง 55+
      แต่ก็นะ  ถ้าไม่อ้วกกันซะก่อน
       
      อยากทำหนัง fantasy เกี่ยวกับคนที่มีพลังวิเศษ  แต่ไม่มีปัญญาทำ CG เลยตัดเรื่องนี้ออกไปจากสมอง
      เมื่อไหร่จะสอบเสร็จซักทีว้า
      เริ่มเซง  เพื่อนนั่งเล่นเกมส์กันหมดแล้วเนี่ย  ยังต้องมานั่ง เนิร์ดอยู่คนเดียวอยู่เลย
       
      วันนี้แม่มากรุงเทพด้วย  มาถึงตอนประมาณ 4  ท่ม  กลับพรุ่งนี้เช้า มาเยี่ยมญาติเพราะญาติป่วย
      ไม่ได้ไปหาแม่เลย เพราะมัวแต่เนิร์ด
      สงสัยจะได้รางวัลออสก้าสาขาลูกอกตัญญู  เหอๆ
      ได้ก็ดีนะ อยากได้เหมือนกัน  ออสก้า!!!
      01 March

      7Days

      หลังจากที่ทำการประเมินหนัง 7 days ออกมา  รู้สึกว่าหนังจะออกมาปานกลาง ค่อนไปทางแย่
      555+  ไม่แปลกใจหรอก  นี่ไม่ได้แก้ตัวนะ  แต่มันคือการยอมรับผิด
      1.  กูมัวแต่นั่งทำป่วงไปวันๆเป็นเวลาเกือบเทอม  จริงๆหนังควรจะพร้อมฉายในปีที่แล้ว  แต่มาปีนี้ยังเขียนบทไม่เสร็จเลย  เพราะว่าไม่รู้จะเขียนอะไรนั่นเอง 
      ความจริงก็คือ  บทเสร็จก่อนถ่ายหนังประมาณ 3 วัน
      2.  เรื่อง 7days นี้ใช้เวลาถ่าย 7 วัน  เป็น 7 วันที่เหนื่อยจนอยากจะตาย  ไม่ใช่ว่าเก่งนะที่ใช้เวลาถ่ายเท่านี้  แต่มันไม่ทัน เพราะกำหนดฉายมันก็มีอยู่เลื่อน
      เลื่อนไม่ได้
      3.  อุปกรณ์ก็สุดแสนจะไฮเทค  มีแค่ handy cam ตัวเดียวกับ wireless เก็บเสียง  แล้วมันจะไปเก็บเสียงดีดีได้อย่างไร  ไว้มีตังค์จะซื้อ condenser แมร่งเลย
      4.  ความสามารถอันน้อยนิดของกู  เคยมีประสบการณ์ทำหนังซะที่ไหนล่ะ
      5.  นึกไม่ออกละ คำแก้ตัวดีดี  เอาเป็นว่าน้อมรับคำติชมแต่โดยดีแล้วกัน
       
      ไว้เรื่องหน้าจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้แล้วกันนะคับ
       
      เล่าย้อนไปเรื่อยๆ  ถึงตอนตัดต่อหนัง
      วันนั้นถ่ายเสร็จวันที่ 6 ฉายวันที่ 7  ตัดกันทั้งคืนคับไม่ได้หลับไม่ได้นอน  มีน้องก๊วนมานั่งเป็นเพื่อนทั้งคืน  ตอนเช้าก็ยังตัด  ตัดไปเรื่อยๆจนถึงเวลาฉาย 1 ทุ่ม  ก็เกิดปัญหาเพราะไม่สามารถ  rander ออกมาได้เนื่องจากพื้นที่ใน harddisk เต็ม  เหอะๆ  ก็เลยต้องแบ่ง rander เป็นชิ้นเล็กๆหลายๆชิ้นแล้วไปฉายต่อกัน  ตัดก็ผิดหลายฉากไม่มีเวลาเช็ค  (โคตรจะปั่นกันเห็นๆ  ถ้ากูเป็นคนดูคงเสียดายตังค์แทน  แต่กูเป็นผู้กำกับนี่หว่า  ทำได้แค่ละอายใจ 555+)
       
      ย้อนไปอีกถึงตอนถ่ายทำ
      นักแสดงหาว่ากูกั๊ก  เพราะกักตัวนักแสดงมาทั้งวัน ได้ถ่ายไม่กี่ฉาก ก็ขอบคุณเหมือนกันนะ  ไม่รู้จะว่าไง  เพราะว่าไม่รู้จำทำไงอะหนังมันถ่ายไม่ทัน  ตอนถ่ายกูก็ไม่มานั่งแก้หรอก  ฉากไหนพอดูได้ก็ผ่านๆไป  เพราะเวลามันจำกัดอะนะ  เห้อ  พูดไปก็ละอายใจ  ไว้คราวหน้าจะพยายามทำงานแต่เนิ่นๆแล้วกัน
       
       
      แต่อย่างน้อยก็ดีใจอย่างที่คนอยากให้ทำหนังเรือ่งต่อไปมากถึงมากที่สุด  อืม  ไว้ต่อไปผมจะตั้งใจทำคับ สัญญาๆ
       
      ปล.ใครอยากได้ DVD หนังก็บอกแล้วกัน  เอาไปดูเล่นๆแก้เบื่อนะ (หรืออาจทำให้เบื่อทวีคูณ)
      ว่างๆแวะไปดูเว็บหนังที่น้องปัดทำได้นะ  สวยดี ชอบมากๆ  www.sevendays.co.nr
       
       
      23 February

      งานบรม

      หลังจากที่มีคนทักว่าไม่อัพสเปสสักทีวันนี้เลยมาชี้แจงสักเล็กน้อย
      เนื่องจากเทอมนี้ข้าพเจ้าเรียนทั้งสิ้น 23 หน่วยกิต  ประกอบกับการเป็นคนชอบเก็บสะสม(งาน)ทำให้ของสะสมของข้าพเจ้ามีความหลากหลายสูงมาก
      เวลาที่นัดกันไปอวดของสะสมกับเพื่อนๆที่มีความชอบสะสมของประเภทเดียวกัน ข้าพเจ้ามักจะได้รับเสียงฮือฮา  และการยกย่องจากเพื่อนร่วมอุดมการเสมอๆ
      น่าแปลกใจที่ไม่มีใครอิจฉาข้าพเจ้าเลยที่ข้าพเจ้าสามารถรวบรวมของสะสมที่แปลก และหายากเอาไว้รวมกันได้มากขนาดนี้
       
      1.  ภาษาซี  มีงานส่งทุกอาทิตย์ข้าพเจ้าส่งไม่เคยขาด  ทำเองตลอด (แต่ตอนสอบแล้วทำไม่ได้อาจารย์แอบจิกกัดว่าให้คนอื่นทำให้  จึงใช้เวลาที่เหลือมุมานะแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ให้อาจารย์ได้เห็น)  แต่ก็ไม่วายมีรายงานเข้ามา ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่ามันไม่ได้เป็นการฝึกฝนทักษะในการเขียนโปรแกรมเอาเสียเลย   งานชิ้นนี้จึงถูกเก็บเข้ากรุสะสมของที่มีพื้นที่ในการเก็บไม่จำกัด  นอกจากนั้นแล้วยังมี project ที่เป็นงาน final อีกหนึ่งชิ้น กำหนดส่ง 9 มีนาคม  ข้าพเจ้าคิดว่ายังอยากเก็บมันไว้กับตัวนานๆ  ไว้รอให้ใกล้ๆวันก่อนแล้วกัน
       
      2.  WBI  ข้าพเจ้าก็ดองงานอีกตามเคย เนื่องจากอาจารย์มาสอนได้น่าเบื่อมากเป็นเรื่องเกี่ยวกับภาษา ASP  แล้วมันน่าเบื่อ เลยไม่เข้าเรียน  ไม่มีงานส่งสมใจอยาก  ไว้จะไปก๊อบพวกที่ได้คะแนนเต็มมาแก้ส่ง  555+
       
      3.  Java  วันนี้เพิ่งปั่นงานเสร็จ  อาจารย์บอกให้ส่งก่อนเที่ยงคืน มิเช่นนั้นตัดสิทธิ  ก็ส่งไปตอนตี 5 ครึ่ง  บอกแล้วไงว่าอยากเก็บมันไว้กับตัวนานๆ
       
      4.  Database  อาจารย์ให้ส่งภายในวันนี้ ก็ส่งไปตอน หกโมงเย็น  อืม ทั้งๆที่ late แล้วนะ หวังว่าอาจารย์คงไม่ตัดเกรดต่ำวกว่า B ใช่ไหม
       
      5.  การสอนชีววิทยา  วิชาแห่งประวัติศาสตร์ที่มีงานมากที่สุด  ข้าพเจ้าซื้อซองสำหรับใส่ port folio มาซองหนึ่ง แต่ไม่พอต้องซื้อมาสองซอง  คิดดูเองแล้วกัน   นอกจากนั้นยังมีบันทึกการเรียนรู้ที่ยังขี้เกียจเขียนอีก เห้อ  จะรอกมั๊ยชีวิตครุศาสตร์
       
      6.  Animal Physiology สอบเพียวๆ 100 %  ตอนมิดเทอมก็แทบกระอักเลือดมาแล้ว  ตอน final คงจะตายกันไปข้าง เพราะไม่เคยเข้าเรียนเลย  สุดยอดนิสิตในอุดมคติของอาจารย์  เพราะเป็นผู้ที่มีความสามารถในการศึกษาเองถึง 100%
       
      7.  Animal Physiology Lab เพิ่งสอบเสร็จไปวันนี้ Lab ก็ไม่ค่อยได้เข้า ข้อสอบออกอ้างอิงข้อมูลของ Lab ก่อน midterm ด้วยคือการดูหูหนูแล้วบอกว่ามันหมายเลขอะไร  ลืมไปแล้วว่ามันหมายเลขดูยังไง  หูซ้ายเป็นหลักสิบ หูขวาเป็นหลักหน่วย  รึเปล่า  เห้อ  แล้วข้อสอบก็นะ  ถามว่าถ้าหนูเงี่ยนหลายวันแสดงว่ามีความผิดปกติอะไร  อืม  สรุปว่าเป็นเนื้องอกที่มดลูก  ไม่รู้ว่าในคนจะเป็นเหมือนหนูรึเปล่านะ
       
      8.  วิจัย  เค้าให้ทำงานวิจัยที่มีโครงสร้างเหมือนวิทยานิพนธ์ทุกประการ  ต่างกันก็ที่เก็บข้อมูลน้อยกว่ากลุ่มละ 5 คน  แต่เนื่องจากข้าพเจ้าเรียนกับพี่ปี 3 ทำให้ไม่มีโอกาสได้เข้าสังคมกับพี่ๆ  เลยต้องทำคนเดียว   นิสิตในอุดมคติของอาจารย์อีกแล้ว
       
      9.  การออกแบบการเรียนการสอน  เป็นวิชาแรกที่ออกไปออกแบบพร้อมกับนำเสนอไปด้วย  power point ก็ไม่มี  แต่ข้อดีคืออาจารย์จำไม่ได้เพราะพูดเร็ว เลยไม่โดนอาจารย์ซักสักเท่าไหร่ แถมยังชมด้วยว่า present กระชับดี  เอาแต่ concept ก็พอแล้ว  555+  พูดไปก็ขำ  แต่รักอาจารย์โคตร 
       
      สรุปวันสอบ  ถ้าเจอก็มาเตือนหน่อยแล้วกัน     28  สอบวิจัย + ส่งงาน WBI
                                                           1 สอบ Java
                                                           2  สอบออกแบบการสอน
                                                           5 สอบ animal phy
                                                           6 ส่งงานวิจัย
                                                           9 สอบภาษา C  
      อีกไม่กี่วันเราก็จะเป็นไท  ปีหน้าเราจะอยู่กันอย่างราชา  เราจะเรียนกันแต่วิชา lacture เหอๆๆ  ไว้ว่างๆจะมาอัพเรื่อง 7days แล้วกันนะ
      24 January

      ลืเกย์ (ต่อ)

      กูขอโทษที วันนั้นพอดีกูงานเข้า เลยต้องไปทำอะไรบางอย่างก่อน  แต่ว่ามันนานมากแล้ว จำไม่ได้ละว่างานอะไรเข้า
      หลังจากที่กูเขียนบทเสร็จ (ต้องเรียกว่าโครงเรื่องมากกว่า เพราะมันคร่าวๆมากเลย)  แล้วด้วยความที่มันเป็นลิเกย์ที่มีการเตรียมตัวดีมากๆ
      เลยยังไม่ได้หานักแสดงเลยซักคน  ยกเว้นนางเอกคนเดียว  ที่ทุกคนเห็นแวว ว่าเธอเกิดมาเพื่อสิ่งนี้   สรุปคือตอนนี้มีนางเอกคนเดียว
      อีก 2 วันแสดง  กูกับเพื่อนที่ทำงานนี้ด้วยกันก็บุกห้องเลย  คนไหนมีแววแมร่งไปขอมาแสดงหมด  สุดท้ายก็ไม่รู้จะขอใครแสดง
      เพราะบทมันล่อแหลมมาก  เลยต้องเอาประธานเชียร์หอ  ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ด้วยหลายๆเหตุผล  และนักแสดงหนังอีกเรื่องของกูที่ไป
      โมเมมันมาช่วยแสดง (ประมาณว่าให้มันรับปาก แล้วค่อยให้มันอ่านบท)  พอได้นักแสดงหลักครบแล้วก็ซ้อมกันทันที
       
      ดีที่มีต๋อมมาช่วยแต่งกลอน  เลยทำให้ลิเกย์เรื่องนี้เสื่อมลงได้อีกเยอะ 
       
      ซ้อมไปซ้อมมาก็ไปซ้อมกับดนตรีไทยจนได้ (พรุ่งนี้จะแสดงแล้ว)  ปรากฏว่าพอซ้อมกับเครื่องดนตรีหลายๆอย่างมันดีขึ้นมาก
      คงเป็นเพราะคนเล่นดนตรีโปรด้วยมั้ง  เลยดูเป็นลิเกย์ไปเลย
       
      แต่ไอ่พวกตัวประกอบนี่ดิ  หาคนมาแสดงยากเหลือเกิน  สุดท้ายตอนแสดงก็ประมาณว่าใครอยู่ใกล้มือก็หยิบมาดันหลังขึ้นเวทีกันเลยทีเดียว
      เป็นตัวประกอบที่เปลี่ยนจนวินาทีสุดท้าย (กูกับไอ่บู๋คุยกันไว้แล้วว่าถ้าไม่มีใคร เดี๋ยวจับฉลากขึ้นไปแล้วกัน)  สุดท้ายไอ่บู๋ต้องไปแสดงเป็นพ่อนางเอก
      แต่กูโชคดีที่ไม่โดน
       
      ที่น่าสงสารที่สุดเห็นจะเป็นนางเอกลิเกย์  ที่ต้องแต่งหน้านานเป็นชั่วโมง  ขอยืมชุดจากเพื่อนกู  ที่โคตรจะหวง แล้วก็ซ้อมบทหนักที่สุด
      แต่สุดท้ายดันได้ออกสองฉาก  เพราะมันเป็น ลิเกย์!!!!
       
       
      งานนี้ต้องขอบคุณเฉียนมากที่ไปแสดงเป็นม้าให้  รู้สึกว่าคนจะกรี๊ดม้ามากกว่าพระเอกเสียอีก  คราวหน้าก็เอาม้ามาแสดงเป็นพระเอกซะเลย เหอๆ
      11 January

      ลิเกย์

      วันก่อนมีโอกาสได้เขียนบทลิเกย์ครั้งหนึ่งในชีวิต  ไม่เคยคาดฝันมาก่อนเหมือนกันว่ากูจะได้มาเขียนบทลิเกย์   แล้วมันดันไม่ใช่ลิเกธรรมดาๆด้วยอะ  เพราะว่าคนทำสั่งมาว่าให้ทำเป็นลิเกย์แบบมี ย ยักษ์ การันต์   อืม  ไม่ยากๆ  กูก็ไม่รู้จะเขียนอะไร  เลยหยิบเอาวรรณกรรมอมตะของเช็คสเปรียร์มาซะเลย  เรื่องโรมิโอกับจูเลียต  กูนี่ก็แมร่งเลว  ขนาดแบบว่าเค้าทำไว้ดีขนาดนั้นยังกล้าเอาของเค้ามาทำเสียๆหายได้    การแต่งบทลิเกย์เป็นอะไรที่ค่อยข้างง่ายเลยทีเดียว   แต่เสียอย่างเดียวที่กูเป็นคนขี้เกียจ  กว่าจะทำก็ล่อไปอีก 3 วันแสดง  บทยังไม่เสร็จ  555+  ทั้งหมดนี้เป็นเพราะกูคนเดียว    จากลิเกย์ที่ทุกคนคาดหวังว่าจะทำให้ออกมาดีไม่แพ้ละครนิเทศ  ก็เลยลด scope งานลงมาเหลือแค่ ทำยังไงก็ได้ให้มันขำ   กูก็จัดให้    เห้ย ไม่ว่างล่ะหวะ  เดี๋ยวมาเขียนต่อ  อย่าเพิ่งรีบอ่านนะ
      30 November

      ช่วงนี้รับงานเยอะมาก

      รู้สึกว่าช่วงนี้รับงานเยอะมากอะ
      แล้วทำให้ไม่ค่อยได้ช่วยคนอื่นอย่างเต็มที่เลย
      ทำอันนี้นิด ทำอันนั้นหน่อย
      รู้สึกไม่ค่อยดี
      แต่เอาเถอะนะ มันต้องมีซักงานที่เราจะทำอย่างเต็มที่ล่ะน่ะ
       
       
      รู้สึกว่าช่วงนี้ขาดความรับผิดชอบด้วยอ่ะ
      ถ้าใครเจอฝากทักเราด้วยแล้วกัน
      ว่าให้รู้จักรับผิดชอบบ้าง จะได้ไม่ทำให้คนรอบข้างผิดหวัง
      24 November

      การศึกษาของประเทศชาติฝากไว้กับ....กูเหรอ?

      ทำไมคนชอบคิดว่าเรียนอะไรแล้วต้องจบไปเป็นอย่างนั้น
      ชอบอ้างว่ามาเรียนครุศาสตร์ส่วนหนึ่งได้เงินจากภาษีประชาชน  แล้วต้องออกไปเป็นครูตอบแทนประชาชน
       
      กูไม่เป็นครู  ก็นับว่าเป็นการตอบแทนประชาชนอย่างหนึ่งแล้ว
      เพราะถ้ากูเป็นครู  นั่นคงจะหมายถึงหายนะของนักเรียน 555+
       
      อีกอย่างหนึ่งที่กูอยากจะพูดคือ  เลิกคิดได้แล้วว่าเรียนอะไรแล้วต้องจบไปเป็นอันนั้น
      ทำอะไรที่มีความสุขดีกว่า  ชอบอะไรก็ทำไปเลย
       
      (ถ้ากูเรียนนิติรามไปด้วย จบไปกูต้องเป็นทนายความกับครูพร้อมๆกันเลยเหรอ  แล้วถ้าเรียน ป.โท นิเทศ กูก็ต้องไปทำหนังด้วยใชป่ะ   เลิกคิดสั้นๆแบบนั้นได้แล้ว)
       
       
      ส่วนเรื่องภาษีของประชาชน  ไม่ใช่ว่าจะมีแต่อาชีพครูที่ทำเพื่อสังคมได้สักหน่อย
       
       
      สังคมมันสร้างภาพที่บอกว่าการศึกษาจะทำให้ชีวิตคนดีขึ้น  แน่ใจเหรอ? 
      อาจจะใช่  แต่ไม่ได้ใจหวะ
      20 October

      ความรัก

      เหงา  ๆ  เบื่อ  ๆ   ช่วงนี้เหงาใจที่สุดเลย
      เป็นธรรมดาตามวงจรความรักของกู
       
      แบบว่า เริ่มรัก   แล้วก้ดื่มด่ำกับความรัก  แล้วมันก็ต้องมีสาเหตุให้ห่างกัน
      แล้วก็เหงาใจ   แล้วสุดท้ายก็หมดความรู้สึกรักไปในที่สุด
       
      เกลียดตัวเองโคตรๆอะ  ที่เป็นแบบนี้  แต่ห้ามไม่ได้   มันจะหมุนวนไปเรื่อยๆ
      ให้เราได้สัมผัสกับความรุ้สึกหลายๆรูปแบบ
       
      โคตรรู้สึกดีเวลามีความรัก   แล้วก็โคตรเหงาเวลาที่มันผ่านไป
       
      ที่ไม่เสียใจก็เพราะความรักไม่ได้หมดไป  แต่มันผ่านไป  เพราะมีเรื่องอื่นมาทำให้ห่างกัน
       
      ทำไมกูไม่ชอบคนที่เจอหน้ากันทุกวันๆ ว้า  ทำไม่ต้องไปชอบคนที่เจอกันในที่ที่รู้ว่าจะไม่ได้เจออีกด้วย
       
      เห้อ   เค้าถึงเรียนไงว่าความรัก